ดำน้ำดูฉลามวาฬ ตัวหญ่ายยย ที่ออสล็อบ ฟิลิปปินส์

ดำน้ำดูฉลามวาฬ ตัวหญ่ายยย ที่ออสล็อบ ฟิลิปปินส์

ดำน้ำดูฉลามวาฬที่ออสล็อบ เซบู ฟิลิปปินส์

ฟิลลิปปินส์ เซบู  แบบฉบับลงทะเลตามหาน้องวาฬ

ทริปนี้จะมารีวิวทริป เซบู อ๊อสล็อบ  แบบถึงแก่นจริงๆ ไม่อิงนิยาย

หัวข้อที่เราจะเล่าให้ฟังวันนี้คืออ๊อสล็อบ หมู่บ้านฉลามวาฬ ที่เปลี่ยนจากฮันเตอร์หรือผู้ล่าในอดีต เป็นผู้ดูแลรักษาฉลามวาฬ แห่งท้องทะเลฟิลลิปปินส์

ทริปดูฉลามวาฬ

เราได้รับคำเชิญจากทางสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ และการท่องเที่ยวเซบู ประเทศฟิลลิปปินส์ ให้เดินทางมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยว มาเปิดตา เปิดใจ กับ เมืองที่เราแทบจะไม่ได้นึกถึงมาก่อน อย่างเซบู ฟิลิปปินส์

การเดินทางประมาณ 3 ชม. ด้วยเที่ยวบิน บินตรงเที่ยวแรกของสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ ก็ เราก็เดินทางมาถึงจุดหมาย ตอนเช้าตรู่ของวัน

 

เช้าของฉลามวาฬ

ทริปนี้ไฮไลท์ที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นกันสุดๆ คือ ทริปดำน้ำดูปลาฉลามวาฬ กันอย่างใกล้ชิดสุด

การจะไปดูฉลามวาฬ ครั้งนี้เราต้องเดินทางออกจากเซบู เพื่อไปยังหมู่บ้าน ออสล็อบ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางถึง 4 ชม. 9 โมงเช้าเราก็ได้เดินทางมาถึงออสล็อบ หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนไหล่เขา ที่มีพื้นดินอันน้อยนิด และเป็นผายาวลาดลงไปในทะเล

ถนนบนเกาะของหมู่บ้านชาวประมง อ๊อสล็อบ
ป้ายบอกทางลงไปยังทะเล บริเวณอ่าวที่ดำน้ำดูฉลามวาฬ

 

ก่อนที่เราจะลงน้ำ จะมีเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้ แจ้งกฏและข้อห้ามของการดูปลาฉลามวาฬในครั้งนี้

กฏที่เป็นข้อห้ามหลักๆคือ

1.ห้ามทาครีมกันแดด เพราะครีมกันแดดจะเป็นสารที่อันตรายต่อผิวของฉลามวาฬเวลาที่เราลงน้ำไปหลายๆคน สารที่อยู่ในครีมกันแดดจะละลายและไปทำร้ายผิวของน้องวาฬได้

ฉะนั้นทริปนี้จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะใส่เสื้อดำน้ำแบบแขนยาว แต่ถ้าใครชิลๆ ไม่กลัวดำ จะมาแนวที่สะดวกเลยก็ได้แล้วแต่

2.ห้ามเข้าใกล้ฉลามวาฬเกิน 4 เมตร และช่วงระยะหาง ควรจะเว้นว่างประมาณ 5 เมตรขึ้นไป เพราะเวลามันสะบัดหาง อาจทำให้เกิดอันตรายกับเราได้

3.ห้ามแตะฉลามวาฬ ด้วยอวัยวะใดๆของเราโดยเด็ดขาด

4.อย่าว่ายน้ำขวางทางฉลามวาฬ

5.ถึงแม้ฉลามวาฬจะไม่กินเนื้อ แต่เมื่อเวลาฉลามวาฬอ้าปากกินอาหาร ห้ามเราไปอยู่ด้านหน้าเด็ดขาด เพราะเมื่อฉลามอ้าปาก มันจะมีแรงดูดน้ำมหาศาลและเราอาจโดนดูดเข้าไปในปากมันได้

กฏระเบียบในการดำน้ำชมปลาฉลามวาฬ

เอาล่ะ และทิ้งท้ายเจ้าหน้าที่ของเราบอกว่า หากใครฝ่าฝืนกฏจะได้รับโทษคือ โดนปรับตั้งแต่ 20,000 บาท และ ติดคุกเล่นๆที่ฟิลิปินส์ก่อนกลับเมืองไทยได้   หลังจากท่องกฏว่า ห้ามเข้าใกล้วาฬ ห้ามแตะมัน ห้ามขวางมัน เสร็จแล้วเราก็ไปรับอุปกรณ์ดำน้ำคือเสื้อชูชีพ และหน้ากาก

 

ในเรือ 1 ลำ จะมีเจ้าหน้าที่ Hunter ลงไปกับเราด้วย 2 -3 คน แล้วแต่ลำ จากนั้นเรือก็จะพาเราไปจอดเข้าแถวเป็นแนวโค้งครึ่งวงกลม โดยหันหน้าเข้าหาฝั่ง

เรารอประมาณ 5 นาที และเสียงคนข้างๆก็ตะโกนขึ้นว่า นั่นไงๆ มาแล้ว

กรี๊ด…นั่นไงน้องฉลามวาฬ และเร็วกว่าใดๆ เราก็รีบดำลงไปใต้น้ำเพื่อดูน้องวาฬให้ชัดๆ

ฉลามวาฬตัวแรกที่เราเจอ

 

โอ้โห….สวยมาก ตัวใหญ่มาก ตัวมันสีน้ำเงินเข้ม มีลายจุดๆ เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก และมันอยู่ใกล้เราม๊ากกกกก ในหัวก็บอก 4 เมตร นี่มันใกล้เกินไปรึเปล่านะ

 

เรือลำเล็กที่มี Hunter นั่งคนเดียวจะถือถังเคย พายเรือโปรยอาหาร ไปเป็นแนวตามที่เรือนักท่องเที่ยวจอดอยู่ และเว้นระยะห่างไว้พอสมควร

 

น้องฉลามวาฬที่ว่ายเข้ามาใกล้มาก

จากนั้นเราก็พบว่า กฏระยะห่าง 4 เมตรนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉลามวาฬนับ 10 ตัว ว่ายเข้ามากันคนละทิศละทาง เพื่อพุ่งตรงไปยังเรือลำที่มีอาหาร และมันก็ไม่ได้สนใจอะไรเล้ย ว่าจะมีคนอยู่ ค่ะ มันชนดะ เป็นที่เราเองที่ต้องคอยยกขาไม่ให้ไปโดนตัวมัน

และด้วยความไม่ได้ตั้งใจ จังหวะนึงมันว่ายมาและขาก็ไปโดนมัน ออ..ตัวมันแข็งมาก คือถ้ามันพุ่ง หรือปัดหางชนเราเต็มๆ นี่คงเจ็บไม่น้อย

เจ้าหน้าที่ของเรือ หรือ Hunter ที่พยายามดันเราลงไปถ่ายรูปคู่กับฉลามวาฬ

 

สำหรับใครที่อยากได้รูปคู่กับฉลามวาฬ ทางเรือเค้าก็มีบริการ โดยคนเรือจะว่ายน้ำจูงเราออกไปนอกเขตเรือ เมื่อฉลามวาฬว่ายน้ำผ่านมา คนเรือก็จะกดหัวเราให้จมลงไปอยู่ใต้น้ำ จังหวะนั้น ก็ต้องกดกล้องให้ไว แชะ ได้รูปแล้ววว

น้ำขุ่นสักนิด แต่เห็นเจ้าตัวโตชัดมาก

แต่ละรอบของการดูฉลามวาฬจะอยู่ประมาณ 20 นาที จากนั้นคนเรือก็จะพาเรามาขึ้นฝั่ง และสลับให้นักท่องเที่ยวชุดต่อไปลงไปแทน สำหรับใครที่ยังไม่หนำใจ ก็ต้องซื้อบัตรค่าเรือใหม่ เพื่อลงไปอีกรอบได้

ตัวนี้ถือเป็นฉลามวาฬเด็ก อายุไม่เกิน 8 ปีค่ะ ยังตัวเล็กอยู่ (นี่เรียกเล็กเร้อออ)

 

ข้อแนะนำของการไปดูฉลามวาฬดูยังไงให้ฟินคือ

 

1.แว่นตาดำน้ำ ควรจะนำไปเองดีที่สุดค่ะ เพราะถ้าเราใช้ของรีสอร์ทมันอาจจะไม่พอดี น้ำจะเข้าตา ทำให้เสียอรรถรสในการรับชมได้

2.สาวๆคนไหนห่วงผิวเสีย แนะนำให้เป็นชุดว่ายน้ำแขนยาว ขายาวค่ะ

3.น้ำทะเลเค็มมากๆค่ะ ระวังสำลักน้ำ

4.ควรเตรียมกล้องที่กันน้ำไป และถ่ายแบบวีดีโอค่ะ จะได้ภาพสวยๆง่ายกว่า แล้วค่อยมาเลือกแคปเป็นภาพนิ่งค่ะ

5.คลื่นค่อนข้างแรง เวลาเกาะเรือ ระวังหัวจะชนกับไม้ไผ่ได้ (เจอมาแล้วและชนบ่อยมาก)

6.ถ้าเดินทางไปเอง และเลือกได้ เรือลำนึงควรจะลงไม่เกิน 6 คนค่ะ จะได้ไม่แย่งมุมดำน้ำกัน เดี๋ยวจะกลายเป็นโดนปลาทีนของคนที่ไปด้วยกัน แตะเอาซะ

 

และสุดท้าย

ถามว่าการเดินทางไปดูฉลามวาฬครั้งนี้เป็นแบบตามธรรมชาติไหม ก็ตอบว่าก้ำกึ่งนะ

มันเป็นปลาที่ไม่ได้ถูกเลี้ยงตามกระชัง หรือถูกขังไว้ในอะควอเรี่ยม แต่มันก็มาให้เราเห็นเพราะมีคนให้อาหารมัน ถ้าเรามองอย่างใจเป็นกลาง มันก็เป็นโอกาสของคนที่ดำน้ำลึกไม่เป็น ได้มีโอกาสเห็นฉลามวาฬด้วยตาเปล่าสักครั้งในชีวิต และปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด กิจกรรมนี้ก็น่าจะไปด้วยกันได้ และยังสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่นี่ ที่ครั้งนึงเคยเป็นผู้ล่า และปรับเปลี่ยนมา เป็นผู้รักษาชีวิตของฉลามวาฬเอาไว้แทน

 

ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับทริปฟิลิปปินส์อีกเยอะเลยค่ะ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังในบทความอื่นๆนะคะ


ติดตาม รักยิ้มทัวร์ ได้ที่ 

เลือกดูทัวร์ฟิลิปปินส์ : www.rakyimtour.com/tour/phillipines
Website: www.rakyimtour.com/
Facebook: www.facebook.com/rakyimtour
Line: @rakyimtour -> http://line.me/ti/p/%40rakyimtour
Youtube: www.youtube.com/user/rakyimtourbkk/
Instagram: www.instagram.com/rakyim_tour
Twitter: www.twitter.com/rakyimtour1
Google+: https://plus.google.com/collection/cQYuUE
Email: rakyimtour@gmail.com
Tel.02-1717961-3 จ-ศ 08.30 -17.30 น.